ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องพิมพ์ดีด : M  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

10-11-2018 , 00:33:10
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2049
    • ดูรายละเอียด

เครื่องพิมพ์ดีดคาสิโนออนไลน์ลไกที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้แทนการเขียนด้วยมือ นำมาซึ่งความสบายสำหรับเพื่อการอ่าน และก็การเปิดเผยแพร่ มีลักษณะเป็นแป้นอักษร แล้วก็ใช้คานชนลงบนผ้าคาร์บอน คาสิโนออนไลน์ที่หนึ่ง ตอนนี้ ปรับปรุงเป็นเครื่องพิมพ์ดีดกระแสไฟฟ้า สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้มากขึ้น รวมทั้งออกแรงกดลดน้อยลง

เรื่องราว

อดีตกาล

เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องแรกเป็นแบบภาษาอังกฤษสร้างโดยวิศวกรชื่อเฮนรี่ ไม่ล ณ อังกฤษ ลงทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อ พุทธศักราช 2237 ในตอนแรกนั้นแป้นอักษรมีถึง 7 แถว 84 ปุ่ม ซึ่งแป้นอักษรนี้ถูกเรียกในตอนนี้ว่าแบบ 2UFABETเพราะเหตุว่ามีแถวรวมทั้งปุ่มมากมายเป็น 2

 เท่าของแป้นอักษรรุ่นเดี๋ยวนี้ที่แต่ละปุ่มจะมี 2 ตัวเขียน ถัดมาได้มีการสร้างปุ่ม Shift แล้วก็รวมอักษร 2 ตัวให้อยู่ในปุ่มเดียว ก็เลยทำให้แป้นอักษรแบบ 2 ชั้นไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป
ตอนนี้

ถัดมาได้มีการสร้างสรรค์เครื่องพิมพ์ดีดกระแสไฟฟ้าในเวลาถัดมาโดยแป้นอักษรจะเหมือนแป้นคีย์บอร์ด มี Shift,Shift Lock,Alt มีตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก (ใช้ปุ่มShift,Shift Lockในภาษาอังกฤษ) มีอักษรสองแถว มีปุ่มลบ (CORRECT) ในเรื่องที่พิมพ์ไม่ถูกโดยจะใช้แนวทาง ใช้เทปติดน้ำหมึกออกมาจากกระดาษ
ในประเทศไทย

นายเอดวิน แมคฟาร์แลนด์ ผู้ช่วยส่วนพระองค์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงเครื่องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษเป็นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าภาษาไทยมีสระแล้วก็วรรณยุกต์มากมาย ก็เลยจำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีดที่มีแป้นมากยิ่งกว่าจำพวกอื่น เป็นแบรนด์ สมิทพรีเมียร์ เมื่อ พุทธศักราช 2438ถัดมา แพทย์ ยอร์ช บี แมคฟาร์แลนด์ (พระบางทีอาจวิทยาคม) ได้ขอคำแนะนำรวมทั้งค้นคว้ากับพนักงานบริษัท 2 คนเป็น นายความเจริญรุ่งเรือง มากมายเชื้อสาย และก็นายกาญจน์วิเศษ เกษมณี (กิมโชคดี) ใช้เวลา 7 ปีก็วางคีย์บอร์ดใหม่เสร็จ ใน พุทธศักราช 2474 สามารถพิมพ์ได้ถนัดที่สุดแล้วก็เร็วทันใจที่สุด ให้ชื่อว่าแบบ "เกษมณี" รวมทั้งใช้มาจนกระทั่งในเวลานี้ ถัดมามีการศึกษาเล่าเรียนพบว่า เครื่องพิมพ์ดีดแบบเกษมณียังมีข้อเสีย รวมทั้งได้มีการคิดวางแป้นพิมพ์ใหม่ ใช้ชื่อว่า "ปัตตะโชติ" ซึ่งที่ประชุมศึกษาค้นคว้าแห่งชาติวิเคราะห์แล้วว่าสามารถพิมพ์ได้เร็วกว่าแบบเดิมราว 25.8%