ผู้เขียน หัวข้อ: กีฬามวยคาดเชือก :FN  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

09-11-2018 , 06:59:50
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2107
    • ดูรายละเอียด

การแข่งขันชิงชัย

พนันบอลออนไลน์   นักมวยที่จะขึ้นสังเวียน ufabet จะพันหมัดด้วยเชือกจนถึงแข็ง ผูกเครื่องรางของขลังตามความเลื่อมใสของแต่ละคน ดังนี้สังกัดการตกลงกันก่อนต่อย ก่อนต่อยกันนักมวยจำต้องมาฝึกซ้อมให้นายสนามดูซิ ถ้าเกิดมีฝีมือใกล้เคียงกัน รวมทั้งทั้งสองพึงพอใจจะต่อยกันก็เลยนับว่าได้คู่ การต่อสู้จะต่อยกันจนกระทั่งฝ้ายข้างใดข้างหนึ่งยอมหรือลุกไม่ขึ้น มิฉะนั้นจัดว่าเท่ากัน ซึ่งบางทีก็อาจจะต่อยกันใหม่ในครั้งถัดมาถ้าหากยังไม่หายขุ่นเคือง การชกมวยอย่างงี้จะย้ำเชิงชั้นมากยิ่งกว่ากำลังวังชา
สนามสำหรับแข่งเป็นสนามหรือลานวัด มีเชือกกัน 1 เส้น มีผู้ตัดสินห้ามเพื่อจับผู้ล้มขึ้นมาต่อยใหม่ และก็ห้ามไม่ให้ทับถมคนล้ม ในงานเผาศพผู้มีฐานะในสมัยเก่า นิยมให้มีมวยต่อยด้วย 7 - 8 คู่1
ในยุครัชกาลที่ 6 พระยานนทิเสนสุเรนทรซื่อสัตย์ภักดี (แมค เศียรเสวี) เริ่มจัดแข่งมวยไทยอาชีพทีแรกที่สนามแข่งมวยสวนดอกกุหลาบ ถัดมาก็เลยกำเนิดเวทีมวยฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น สนามแข่งมวยท่าช้าง หลักเมือง สวนเจ้าเชเหม็นตุ เสือป่า สวนสนุก นายจ้างยุคนั้นโปรดการเลี้ยงนักมวยและก็แสวงหานักมวยเก่งมาเข้าขึ้นตรงต่อ ก็เลยมีนักมวยจากหัวเมืองเข้ามาขกในจังหวัดกรุงเทพมากมาย ดังเช่นว่า กรมหลวงจังหวัดชุมพรเขตอุดมศักดา มีนักมวยเอกเป็น หมื่นชงัดเชิงต่อย กับ โพล้ง เลี้ยงดีเลิศ หม่อมราชวงศ์ มานพ ลดาเถาวัลย์ มีนักมวยเอกเป็นบังสะเล็บ ศรขัด ในตอนนั้นยังมีการเลือกสรรนักมวยเอกขึ้นสังเวียนหน้าพระที่นั่งแล้วก็มีนักมวยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ อาทิเช่น หลวงไชยโชกต่อยชนะ, หมื่นมวยมีชื่อ, หมื่นมือแม่นหมัด รวมทั้ง หมื่นชงัดเชิงต่อย23
เลิกคาดเชือก

การเปลี่ยนจากการคาดคะเนเชือกมาเป็นการสวมนวมแทนนั้นเพราะเหตุว่ามีการต่อยกันจนตาย คราวนั้น นายเจียร์ นักมวยชาวเขมรจากพระกระบองซึ่งโด่งดังในด้านคงกระพัน เคยต่อยผู้ตายมาแล้ว เข้ามาเทียบมวยในกรุงเทพมหานคร พระชลัมภ์วิสัยเสนีย์ก็เลยเสนอนายแพ เลี้ยงเป็นเยี่ยมขึ้นสังเวียนด้วย การต่อยมีขึ้นที่สนามหลักเมืองของพระยาเทวดาหัสดีทร์เมื่อ24 พ.ย. พุทธศักราช 24714 เมื่อถึงชูที่ 3 นายแพใช้หมัดคู่หรือแม่ไม้ "หนุมานมอบแหวน"ของสำนักบ้านท่าเสา ต่อยนายเจียร์กระทั่งหยุดและก็เข้าซ้ำจนกระทั่งนายเจียร์ทรุดลงกับพื้นและไม่ยืนขึ้นมาอีกเลย จนกระทั่งตายขณะนำส่งโรงหมอ ถึงแม้ในตอนนั้น นายแพปราศจากความผิดตามข้อบังคับ เนื่องจากว่าข้อบังคับที่ใช้อยู่ในคราวนั้นบอกว่า การเสียชีวิตที่เกิดจากการชกมวยที่ต่างข้างต่างเต็มใจมาต่อยคุ้นเคยนั้น จัดว่าปราศจากความไม่ถูก อย่างที่เคยคราวกำหนดไว้ในกฎหมายตราสามดวงว่า5