ผู้เขียน หัวข้อ: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

06-07-2018 , 12:08:20
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น ส้มมะนาว (ภาคกลาง),ส้มท้องนาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่ตระหนี่ลยาน (กะเหรี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
สกุล  Rutaceae
ถิ่นกำเนิด เชื่อกันว่ามะนาวเป็นพืชพื้นเมืองในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์เนื่องจากผู้ที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้ประโยชน์จากมะนาวกันอย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือประเทศไทย แม้กระนั้นมีการศึกษาค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่เชื่อว่ามะนาวมีต้นตอในอินเดียตอนเหนือ และก็เขตเชื่อมต่อกับพม่า รวมทั้งทางตอนเหนือของมาเลเซีย (แต่น่าแปลกที่ไม่พบมะนาวในป่าของไทย) ตอนนี้มีการปลูกมะนาวทั่วๆไปในเขตร้อน แล้วก็เขตอบอุ่นกึ่งร้อนทั้งโลกเพราะมะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ รวมทั้งทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดียิ่งไปกว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มไม้มีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลคละเคล้าเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนกระทั่งเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากมายจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งไม้ไม่ค่อยเรียบร้อย บนลำต้นรวมทั้งกิ่งไม้จะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีอีกทั้งหนามสั้นรวมทั้งหนามยาวมีสีเขียวเข้มแล้วก็สีเขียวอมเหลือง ส่วนรอบๆปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบคนเดียว เป็นมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างโดยประมาณ 3-6 เซนติเมตร ยาวราวๆ 6-12 เซนติเมตรรูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบของใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นและก็มีปีกใบแคบหรือบางทีอาจไม่มีปีกใบก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดมะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางเกือบเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบข้างบนละเอียดเป็นเงาส่วนผิวใบข้างล่างออกจะหยาบคายและมีสีจางกว่า เมื่อกระทำขยี้ใบจะมีกลิ่นแรง
                ดอกมะนาวบางทีอาจกำเนิดเป็นดอกคนเดียวหรือช่อก็ได้ มีทั้งที่เป็นดอกบริบูรณ์และไม่สมบูรณ์ ดอกจะออกรอบๆซอกใบและก็ปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 ซม. กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบมีสีขาว รวมทั้งด้านท้องกลีบดอกอาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบมีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีปริมาณ 4-5 อัน จำนวนกลีบในรวมทั้งกลีบนอกมีปริมาณเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 ซม. ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้เยอะแยะถึง 20-40 อัน เชื่อมติดกันเป็นกรุ๊ป กรุ๊ปละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่ประมาณ 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างแตกต่างกันไปตามชนิดของจำพวก มีอีกทั้งรูปร่างยาวรี รูปไข่ และก็รูปร่างกลม ที่ตูดผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยปกติมีขนาดความยาว 3-12 เซนติเมตร เปลือกมักษณะตะปุ่มตะป่ำ และมีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม บรรจุอยู่เยอะๆ เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวแล้วก็มีกลิ่นหอมหวนเมล็ด ขนาดเล็กเหมือนรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ด้านในเม็ดมีเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชซึ่งสามารถปลูกได้ดิบได้ดีในดินเกือบทุกจำพวก ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินปนทราย แต่ถ้าต้องการจะปลูกมะนาว ให้เจริญเติบโตดี มี ผลดก และก็คุณภาพดี ก็ควรปลูกภายในพื้นที่ที่เป็นดินร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีสารอินทรีย์ผสม อยู่มาก แล้วก็ควรที่จะทำการเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี อย่างเช่น การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง และการติดตา แม้กระนั้นแนวทางที่ได้รับความนิยมสำหรับเพื่อการแพร่พันธุ์มะนาวสูงที่สุดเป็น การทำหมันกิ่ง โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเหลือเกินและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดกิน ยาวโดยประมาณ 30-50 ซม. และมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 0.5 ซม.ขึ้นไป
  • ตัดหนามแล้วก็ใบในบริเวณที่จะควั่นกิ่งออกโดยประมาณ 5 ซม.
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงแก่นไม้ห่างกัน 1-2 เซนติเมตร
  • ขูดเยื่อเจริญรุ่งเรืองออกให้หมด
  • ห่อหุ้มด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชื้นหรือใช้ตุ้มตอนสำเร็จ มัดเปาะหัวด้านหลังให้แน่น แล้วทิ้งเอาไว้ราวๆ 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน และก็เมื่อกิ่งที่ชำเดินรากก้าวหน้าในถุงสีดำรวมทั้งแข็งแรงแล้วจากนั้นจึงค่อยนำไปปลูกถัดไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม ตระเตรียมพื้นที่โดยการทำคันดินให้มีความกว้างราวๆ 6-8 เมตร ความสูงให้พินิจจากจำนวนน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงขึ้นยิ่งกว่า แนวระดับน้ำท่วม 50 เซนติเมตร แทงร่องหรือซอกซอยร่องทำคะแนนน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช รวมทั้งทำให้ดินที่ร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ดังนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
ขั้นตอนการปลูก
ควรจะปลูกเอาไว้ในช่วงต้นหน้าฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างและก็ลึกราวๆ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยคอก รวมทั้งปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงโดยประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม ยกถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงขึ้นมากยิ่งกว่า ระดับดินปากหลุมบางส่วน ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงอีกทั้ง 2 ด้าน (ช้ายและก็ขวา) ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักและก็ผูกเชือกยึด เพื่อคุ้มครองปกป้องลมพัดโยก หาวัสดุหุ้มดินบริเวณโคนต้น ได้แก่ ฟางข้าว หญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยอำพรางแสงแดด
การกระทำรักษา การให้น้ำ จะต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยยิ่งไปกว่านั้น ในช่วง ที่ปลูกใหม่ๆควรให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างต่ำ (กรณีฝนไม่ตก) หลังจากปลูกราว 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง และควรหา วัสดุมาปกคลุมดินบริเวณโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชื้น                ควรจะเริ่มงดเว้นให้น้ำ ตั้งแต่ตอนมี.ค. เป็นต้นไป จนกระทั่งตอนออกดอก เพื่อมะนาวสะสม อาหารให้มากถึงระดับที่สามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะออกดอก ม.ย.-พ.ค. ภายหลังจากมะนาวมีดอก และกำลังติดผลอ่อน เป็นช่วงที่มะนาวอยากได้น้ำมากมาย เพื่อใช้สำหรับในการเติบโต ของผล

     ส่วนชนิดมะนาวที่มีการปลูกกันมากในไทย เช่น

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาวคล้ายมะนาวหนัง เมื่อโตสุดกำลังผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ออกจะกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากกว่าชนิดอื่นๆเชิงพาณิชย์จะปลูกมะนาวพันธุ์แป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกหน้าแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวด้านหลังแหลม เมื่อโตเต็มที่ผลจะมีลักษณะกลมออกจะยาว มีเปลือกครึ้ม ทำให้เก็บรักษาผลประโยชน์นาน


องค์ประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากการกลั่นผิวผล ร้อยละ 0.3-0.4 มีสารต่างๆอย่างเช่น  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยปริมาณร้อยละ 0.27  องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันมีสารต่างๆอาทิเช่น  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มก.
  • วิตามินบี 2 0.02 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.2 มก.
  • วิตามินบี 5 0.217 มก.
  • วิตามินบี 6 0.046 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 33 มก.
  • เหล็ก 0.6 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 18 มก.
  • โพแทสเซียม 102 มก.
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม ที่มา : Wikipedia
ประโยชน์/คุณประโยชน์
น้ำมะนาวมีคุณค่าในการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมยวนใจจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสอาหารไทยที่ขาดเสียมิได้ เป็นองค์ประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ตำส้ม ยำทุกประเภท ลาบและของกินไทยอีกอีกเยอะแยะ เมืองนอกใช้มะนาวทั้งในของคาวหวาน ได้แก่ ในพายมะนาวของรัฐฟลอริด้า อเมริกา
น้ำมะนาวนอกเหนือจากใช้ปรุงรสเปรี้ยวในอาหารหลาย ชนิดแล้ว ยังประยุกต์ใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ และก็น้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีทั้งยังในประเทศไทย และต่างชาติทั่วทั้งโลก ยิ่งไปกว่านี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางประเภทยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆทิ่มไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยภายในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงร้อยละ 7 น้ำมะนาวจึงเป็นประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนผสมน้ำยาทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างจาน
นอกนั้นยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกอย่างเช่น หุงข้าวให้ขาวและอร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวโดยประมาณ 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูและนุ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดเหม็นคาวจากปลาเมื่อประกอบอาหารรวมทั้งทำให้ปลาอาจจะรูปไม่เละ เมื่อใช้มีดผ่าปลีกล้วย มีดจะมีสีม่วงหมู่ ล้างออกตรากตรำ นำมาท้องนาวที่ผ่าแล้วมาถูตามใบมีด จะช่วยให้มีดสะอาดดังเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่ารับประทาน เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งด้านลงไป จะช่วยให้กล้วยใส น่ากินมากเพิ่มขึ้น  มะนาว 2-3 ลูกใส่เอาไว้ข้างในถังข้าวสารช่วยปกป้องมอดได้  ส่วนการแปรรูปมะนาว มะนาวดัดแปลงได้ อาทิเช่น น้ำมะนาวทำอาหาร มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกของมะนาว แยมนะท้องนาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกมะนาวสามรส เปลือกมะนาวเส้นแต่งรส เปลือกของมะนาวเชื่อม เปลือกมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น
ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้นระบุว่า หนังสือเรียนยาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” มี ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด และผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสมหะโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกจากนั้นบัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์วิชาความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนเลือด (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆในตำรับ มีสรรพคุณสำหรับเพื่อการแก้ลมตาลาย แก้อาการหน้ามืด ลายตา ใจสั่น คลื่นไส้ อ้วก แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันเจาะจงถึงสรรพคุณของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่ทำให้เกิดความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบบ่อยรอบๆผิวเปลือกมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นองค์ประกอบหลักเกินกว่าจำนวนร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณลักษณะคุ้มครองป้องกันรวมทั้งรักษาโรคมะเร็งหลายชนิด
ฝรั่งทั่วไปมักดื่มน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชเครือญาติส้ม ได้แก่ ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับข้าวเช้า น้ำผลไม้พวกนี้มีวิตามินซี และก็มีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ประกอบด้วยสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) แล้วก็นาริงจิน (naringin) รวมทั้งลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชตระกูลส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกรุ๊ปฟลาโม้นอย์ส้มนี้มีรายงานทางด้านการแพทย์ตะวันตกว่าใช้ในการรักษามาลาเรีย โรครูมาติสม์เรื้อรังแล้วก็โรคเกาต์ ใช้เพื่อการปกป้องโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการตกเลือดหลังคลอด และก็ช่วยบรรเทาอาการระคายคอจากการต่อว่าดเชื้อรวมถึงโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่เกิดขึ้นและมีสาเหตุมาจากการได้รับวิตามินซีในของกินไม่เพียงพอ ซึ่งอาจก่อให้มีลักษณะอาการของโรคเกิดขึ้นภายใน 8-12 อาทิตย์ ผู้ป่วยมักมีลักษณะเหมือนเจ็บป่วย เหน็ดเหนื่อย ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้าม เจ็บกระดูก มีแผลฟกช้ำหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง กำเนิดโรคทางปริทันต์ เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์ปรวนแปร หรือมีสภาวะเหงาหงอย สำหรับคุณประโยชน์ซึ่งมาจากน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยแต่ก่อนที่ให้คนป่วยโรคนี้รับประทานส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าผู้เจ็บป่วยสามารถฟื้นได้อย่างสมบูรณ์รวมทั้งเร็ว เมื่อเทียบกับคนป่วยอีกกลุ่มที่กินอาหารชนิดอื่น นอกเหนือจากนั้นในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะทำการกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เปียกแฉะคอ ก็เลยช่วยบรรเทาลักษณะการเจ็บคอได้
แบบอย่าง/ขนาดวิธีใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสลดใช้น้ำจากผลที่โตสุดกำลัง  เพิ่มเกลือน้อย  จิบบ่อยๆหรือ จะทำน้ำมะนาวเติมเกลือแล้วก็น้ำตาลนิดหน่อย           อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มแต่ว่าน้ำขณะมีอาการ หรือหลังรับประทานอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสมหะได้รุ่งเช้าหลังตื่นนอน ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือน้อย) จะช่วยทุเลาอาการท้องผูก รวมทั้งช่วยขจัดพิษออกจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการกลาก โรคเกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง แล้วก็ใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความสวยงาม ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้สักครู่ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วดูดซับให้แห้ง ทำอาทิตย์ละครั้ง ผิวหน้าจะดูผ่องใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้ในการแก้ไข้ทับประจำเดือน ด้วยการเอาใบมะนาวโดยประมาณ 100 ใบมาต้มรับประทานช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวขัดถูที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การเรียนทางเภสัชวิทยา การศึกษาสัตว์ทดลองในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชตระกูลส้มกับหนูไขมันสูง ส่งผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดปริมาณไขมันรวมแล้วก็ไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แล้วก็ส่งผลลดระดับความดันเลือดและขับเยี่ยวในหนูความดันสูง การทดสอบในห้องปฏิบัติในแคนนาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วของฟลาโวนอยด์ส้มมีสาเหตุจากผลของการกระตุ้นการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับ ณ ตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอรอล (sterol regulatory element, SRE)
ในอเมริกา งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกรุ๊ป เช่นกรุ๊ปเฮสเพอริดิน แล้วก็กรุ๊ปโพลีเมททอกสิเลตฟลาโวน (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดลอง ซึ่งส่งเสริมผลงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
สาธารณรัฐประชาชนจีน งานค้นคว้าวิจัยพบว่า นาริงจิน และก็เฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นลักษณะการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของเดกซ์โทรสและไขมันที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตพลัคตันของเส้นโลหิตและก็ขั้นตอนการอักเสบ ผลการค้นคว้าบอกว่าฟลาโวนอยด์ส้มอีกทั้ง 2 ประเภทแสดงผลต้านทานการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) และก็ยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกเหนือจากนี้ สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน มีผลต่อการผลิตไนตริกออกไซด์ในเซลล์ฝาผนังเส้นเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน จึงมีฤทธิ์คุ้มครองการเกิดโรคเส้นโลหิตหัวใจ ส่งผลให้สนับสนุนการกินมะนาว และก็ฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองโรคเส้นเลือดหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงวัยทอง
งานค้นคว้าหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิต้านทาน แล้วก็โปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต่อต้านการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง การศึกษาในห้องแลปในมลรัฐเท็กซัสและแคลิฟอเนีย ประเทศอเมริกาพบว่า สารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านทานออกซิเดชั่นพอสมควร แต่ว่าต่ำกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชตระกูลขิง มีบทความด้านการแพทย์กล่าวว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยับยั้งการเจริญก้าวหน้าของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ช่องปาก กระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านมจากการทดลองในห้องปฏิบัติการแล้วก็ในสัตว์ทดลองหลายประเภท แต่ว่ายังไม่เจอผลวิจัยทางสถานพยาบาล
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังนี้  ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีการทำการวิจัยผลของทั้งยังน้ำมันหอมระเหยและสารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus cereus รวมทั้ง E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus และ Bacillus cereus สารสกัดจากเม็ดมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii แล้วก็ Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มก./มิลลิลิตร ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis รวมทั้ง Streptococcus faecalis
การศึกษาทางพิษวิทยา การทดลองความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/โลน้ำหนักตัว (เทียบเท่ากับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่พบความแปลกใดๆเมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/กก.น้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษทั้งยังแบบเฉียบพลันแล้วก็กึ่งเรื้อรัง แต่พบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/กก.น้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในตอนปกติ และไม่เจอความไม่ปกติของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวส่งผลยับยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  และการทดสอบฤทธิ์ระคายโดยวิธีการ Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวให้ผล positive
ข้อแนะนำ/ข้อพึงระวัง

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงบางทีอาจไม่ปลอดภัยในคนที่มีผิวหนังแพ้ง่าย ที่สามารถทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีผิวออกจะขาว ภายหลังจากการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังจะต้องทาโลชั่นที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดดและก็สวมเสื้อผ้ามิดชิดเพื่อคุ้มครองป้องกันก่อนออกไปเผชิญกับแสงอาทิตย์
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจจะเป็นผลให้เกิดท้องเสียหรือท้องร่วงได้หากกินมากจนเกินความจำเป็น
  • ภายหลังดื่มน้ำมะนาวแล้วไม่ควรแปรงฟันในทันทีเนื่องจากอาจจะส่งผลให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • ถ้าดื่มหรือรับประทานมะนาวเสมอๆรวมทั้งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานต่อเนื่องกันอาจส่งผลให้ฟันผุร่อนได้
  • คนที่มีสภาวะโลหิตจางไม่ควรกินมะนาว เพราะว่ารสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกเลือดก่อให้เกิดอันตรายได้
  • ยาบางจำพวกที่จะถูกเปลี่ยนด้านในตับ โดยมะนาวอาจส่งให้ระยะเวลาสำหรับเพื่อการเปลี่ยนรูปของยาพวกนี้ลดน้อยลง การดื่มน้ำมะนาวขณะกินยาบางชนิดที่เปลี่ยนรูปในตับจึงอาจจะก่อให้มีผลใกล้กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิเช่น ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ไตรอาโซแลม (Triazolam) ด้วยเหตุผลดังกล่าว ก่อนกินมะนาวควรจะหารือแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคได้ผลชัวร์หรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • อาจินต์ ปัญจพรรค์. ขุดทองในบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อนงค์ศิลป์การพิมพ์, 2524.
  • Ross SA, El-Keltawi NE, Megalla SE. Antimicrobial activity of some Egyptian aromatic plants. Fitoterapia 1980;51:201-5.
  • มงคล โมกขะสมิต