แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - nkonline108

หน้า: [1]
1
อะนิเมะ (「アニメ」 anime) เป็นคำภาษาประเทศญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation) ซึ่งมาจาก ภาษาประเทศฝรั่งเศส อานีเม่ (animé) และจากภาษาละติน หมายความว่าขยับเขยื้อน หรือภาพเคลื่อนไหว แม้กระนั้นความหมายเปลี่ยนจนกระทั่งเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่นแสดงว่า ภาพยนตร์การ์ตูน ด้านนอกญี่ปุ่น อะนิเมะหมายคือภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจำนวนมากมีลักษณะทางศิลป์ผิดแผกแตกต่างกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่น อะนิเมะส่วนมากจะวาดขึ้นด้วยมือ แต่เดี๋ยวนี้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างแพร่หลาย อะนิเมะส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อความรื่นเริงใจเหมือนภาพยนตร์ โดยมีแนวเรื่องนานัปการและครอบคลุมแนววรรณกรรมแทบทุกแนว อะนิเมะส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นเป็นตอนๆเพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งถูกทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงหนัง รวมทั้งอีกส่วนหนึ่งถูกผลิตเป็นตอนๆเพื่อในแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ มองมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงแก้ไขมาจากมังงะ ยิ่งไปกว่านี้ยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกด้วย
 
 เมื่อปี 1970 นักสร้างภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นเริ่มทดลองใช้แนวทางการสร้างภาพยนตร์การ์ตูน ซึ่งได้แรงบรรดาลใจมาจาก ภาพยนตร์การ์ตูนใน ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้ง ยุโรป แต่ไม่ยอมรับ เพื่อที่ประเทศญี่ปุ่นสามารถสร้างภาพยนตร์การ์ตูนของตนเอง ปลายปี 1970 ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นได้พัฒนาเอกลักษณ์ตัวขึ้นจนถึงสามารถแบ่งแยกออกมาจากภาพยนตร์การ์ตูนของสหรัฐอเมริกาได้อย่างแจ่มแจ้ง ในทศวรรษที่ 1980 อะนิเมะได้รับความนิยมกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ธุรกิจการสร้างอะนิเมะเจริญวัยอย่างเร็ว แล้วก็ในทศวรรษที่ 1990 และ 2000 เกียรติศักดิ์ของอะนิเมะได้แพร่ไปยังนอกประเทศญี่ปุ่น พร้อมๆกับการขยายตัวของตลาดอะนิเมะนอกประเทศสำหรับคนที่รู้สึกชื่นชอบ
 
 "อะนิเมะ" (アニメ) เป็นคำย่อของ アニメーション ซึ่งเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ (พิจารณาได้ว่าเขียนเป็นขาตะค่ะนะ) "แอนิเมชัน" (animation) ซึ่งหมายความถึงภาพยนตร์การ์ตูน คำทั้งคู่คำนี้สามารถใช้แทนกันได้ในภาษาประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็แล้วแต่รูปย่อได้รับความนิยมใช้มากยิ่งกว่า คำว่า "อะนิเมะ" มีขอบเขตกว้างครอบคลุมภาพยนตร์การ์ตูนทั้งหมดทั้งปวง ไม่จำกัดอยู่ที่แนวหรือรูปแบบของภาพยนตร์การ์ตูนใดๆก็ตาม
 
 "เจแปนิเมชัน" (Japanimation) ซึ่งมีสาเหตุมาจากการผสมคำว่า "เจแปน" (Japan) กับ "แอนิเมชัน" เป็นคำอีกคำที่มีความหมายเหมือน "อะนิเมะ" คำนี้นิยมใช้กันมากมายในทศวรรษที่ 1970 แล้วก็ 1980 แม้กระนั้นมีหญิงรับใช้น้อยลงตั้งแต่ปี 1990 แล้วก็หมดความชื่นชอบลงก่อนกลางทศวรรษที่ 1990 ในตอนนี้คำนี้ถูกใช้อยู่เพียงแค่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อแยกระหว่างภาพยนตร์การ์ตูนธรรมดา (ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกรวมๆว่า "อะนิเมะ") และภาพยนตร์การ์ตูนที่ผลิตภายในประเทศ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : อนิเมะใหม่

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://anime.oppasociety.com/category/anime-update/

Tags : อนิเมะออนไลน์,การ์ตูนอนิเมะ,อนิเมะ

2
ชีวิตของตัวละคร ไม่ว่าเกิดเรื่องรัก หรือ เรื่องงาน มักแสดงถึงความเอาจริงเอาจัง มุ่งมั่น แล้วก็ ตั้งใจจริง
 ตอนสองสามปีนี้ ละคร series ประเทศเกาหลี ดังมากในเมืองไทย คนชิดกันเยอะแยะ ในตอนนี้ก็ยังไม่มีท่าทีจะตกลง เบียดอีกทั้งละครจีน ญี่ปุ่น รวมทั้งละครไทยตกขอบไปเลย
 
 ที่พยา-ธิ ไม่เคยทราบจะมีกี่ถูกใจหนังประเทศเกาหลี แม้กระนั้นที่ชั้น 4 นี่ อย่างน้อยก็มี 1 คนหละ เป็นแช้มป์ดูละครเกาหลี พลอยทำให้คนชั้น 4 ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ได้รู้เรื่องหนังประเทศเกาหลีไปด้วย แล้วก็ บางคราวก็ได้รับการเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่จากเธอให้ยืมมอง DVD
 
 ตนเองก็ชอบมานานแล้วเหมือนกัน แต่ไม่ได้มองมากเท่าไรนัก มองเฉพาะที่ฉายทางทีวีช่อง 7 วันเสาร์อาทิตย์ เวลานี้ ก็ได้รับการเอื้อเฝื้อ DVD จากคุณผู้นี้บ้าง ทำให้ได้ดูมากขึ้น
 
 เราสองคนคุยกันเรื่องละครเกาหลีบ่อยมาก (จำนวนมากตัวเองจะเป็นคนฟังคุณเล่า) ครั้งคราวก็คุยกับคนอื่นๆด้วยในห้องอาหารมื้อเที่ยงของพวกเรา การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ คิดว่าทำให้อาหารกลางวันอร่อยขึ้นเชียวหละ
 
 เราทั้งสองคนเห็นตรงกันว่า ทำไม เราจึงคิดว่า ละครเกาหลี เขาทำเป็นดี และชวนดู เพราะว่าหลายๆปัจจัยพวกนี้ค่ะ
 
 เป็นละครที่มีการผูกเรื่อง เป็นชีวิตคนจริงๆเป็นผูกกับครอบครัว ความรัก สหาย แฟน และที่สำคัญแนวทางการทำมาหารับประทาน หรืออาชีพนั่นเอง
 ชีวิตรูปแบบการทำงานของผู้แสดงในหนังประเทศเกาหลีนี่ ไม่ได้เพียงแค่บอกว่า ผู้แสดงนำชาย นางเอก อาชีพอะไร ต่อจากนั้นเรื่องราวก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอาชีพนั้นอีกเลย หนังเกาหลี หลายเรื่อง เขาเจาะลึกในอาชีพอย่างเป็นจริงเป็นจัง หรือดำรงชีวิตงานการเป็นเรื่องหลักสำหรับการเดินเรื่องทีเดียว ตัวอย่างเช่นที่พวกเราได้เห็นใน แดจังกึม หรือ กฏหมายรักฉบับฮาวาร์ด
 เขามักแทรกข้อคิดเตือนใจดีๆสำหรับการดำรงชีวิต ในบทพูด แทรกแบบเนียนในเรื่องราว ไม่เวอร์จนมองตั้งอกตั้งใจเกินไป
 ชีวิตของผู้แสดง ไม่ว่าเป็นเรื่องรัก หรือ เรื่องงาน มักแสดงถึงความจริงจัง แน่วแน่ และ ขมักเขม้น
 บทร้ายแรง ตบตีกันน้อยมาก ที่ชอบมากมายเป็น บทหญิง-ชาย มีการให้เกียรติกันมาก ไม่มีการจับมือถือแขน กอด จูบ กันง่ายๆ จะมีก็ตอนรักกันมากมายๆแล้วเท่านั้น
 ละคร มีตัวดำเนินเรื่องไม่มากมาย แม้กระนั้นมีรายละเอียดให้เชื้อเชิญติดตามตลอด แสดงถึงฝีมือสำหรับเพื่อการเขียนบท
 เพลงประกอบ แล้วก็ ดนตรีประกอบ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาคนไทยติดไปทั่วบ้านทั่วทั้งเมือง จนถึงป่านนี้คงจะ 3-4 ปีแล้วที่ series ประเทศเกาหลีมาดังประเทศไทย ก็มีเพลงดังจากหัวข้อต่างๆตลอด ไม่รู้จักข้อมูลแจ่มแจ้ง แต่ว่าเท่าที่ดู เขามีเพลง แล้วก็ ดนตรีประกอบ คราวกับอารมณ์ของละครตลอดเรื่อง หลายเพลงด้วย น่าจะเป็นเพลงและก็ดนตรีประกอบที่แต่งใหม่สำหรับละครแต่ละเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ใช่ไปจับมาจากอัลบั้มเพลงที่มีอยู่แล้ว (เสมือนประเทศไหนเอ่ย)
 การแต่งหน้าทาปาก แต่งตัวของนักแสดง เขาทำเป็นดูแล้วเป็นธรรมชาติ เพศหญิงก็ไม่ทาลิปสติก วาดตาจนมองเวอร์ และก็เสื้อผ้าก็ดูเรียบร้อย มากมายชิ้น (บางทีอาจเนื่องจากว่าอากาศหนาว)
 รวมทั้งที่เป็นข้อเด่นหมายถึงทิวทัศน์ งามมากมายๆ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ซีรี่ย์เกาหลี

เครดิตบทความจาก : http://www.oppasociety.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%8C/

Tags : ซีรี่ย์เกาหลี,ซีรีย์เกาหลี,ดูซีรี่ย์เกาหลี

3
การออกแบบ ออกแบบอาคาร ต่อต้านแผ่นดินไหว เป็นสิ่งที่ จำต้องอาศัย วิศวกร ผู้ทรงคุณวุฒิ ทำการ คำนวณ ออกแบบ ในที่นี้ จะให้ วิชาความรู้ กว้างๆสำหรับ ผู้พึงพอใจ ทั่วไป

จากการ ตรวจ ออกแบบอาคาร จากเรื่อง แผ่นดินไหว ต่างๆกว่า 12 เรื่องราว ทั่วโลก ตรงเวลา 30 ปี (1963-1993) Fintel (1993) รายงานว่า ไม่เคย เจอออกแบบอาคาร ที่ใช้ระบบ ฝาผนังแรงเฉือน (shear wall system) ต้าน แรงข้างๆ (แผ่นดินไหว/ ลม) พังทลาย แม้กระทั้งออกแบบอาคารเดียว ถึงแม้ว่า จะกำเนิด ความย่ำแย่ มากบ้างน้อยบ้างสุดแต่ กรณี ในขณะที่ ออกแบบอาคาร ที่ไม่ได้ ใช้ระบบ ผนังแรงเฉือน เสียหาย ล้นหลาม ดังมองเห็นได้ จาก ตัวอย่าง แผ่นดินไหว ในมานากัว (1972, M = 6.+), ชิลี (1960, 1985 M = 7.8) กรุงประเทศเม็กซิโก (1985, M = 8.1) ฯลฯ เป็นที่ น่าสังเกต ว่าหากแม้ ความรุนแรง ของ แผ่นดินไหว ใน ชิลี เมื่อ ค.ศ. 1985 จะรุนแรง ในระดับ ใกล้เคียงกับ ที่ กรุงเม็กซิโก ในปี เดียวกัน แต่ ความทรุดโทรม ระดับ พังทลาย ก็เกิดขึ้น น้อยกว่ากันมากมาย กระทั่ง ทำให้ เรื่องราว ครั้งนั้น ได้รับ การสนใจ จาก วิศวกร น้อยมาก ต้นสายปลายเหตุสำคัญ อันหนึ่งหมายถึงการใช้ ระบบ ผนังแรงเฉือนคอนกรีต อย่างกว้างขวาง ในประเทศชิลี สำหรับในการ ควบคุม การโยกตัว ของ ออกแบบอาคาร (drift control) ยิ่งกว่านั้น การเสริมเหล็ก ผนังคอนกรีต โดยทั่วๆไปในชิลี เวลานี้ เป็นไป ตาม มาตรฐาน ทั่วไป ของ มาตรฐาน คอนกรีตเสริมเหล็ก แค่นั้น มิได้ ปฏิบัติ ตาม มาตรฐาน การให้เนื้อหา ประเภท เหนียว (ductile detailing) สำหรับต้าน แผ่นดินไหว ร้ายแรง ใน สหรัฐอเมริกาด้วยไป (Wallace & Moehle 1993) ความประพฤติปฏิบัติ ที่ดี เป็นพิเศษ ของออกแบบอาคาร ที่ใช้ ระบบ ผนังแรงเฉือน ในประเทศชิลี เป็น ข้อพิสูจน์ อย่างดี ถึง ความสามารถ ของ ระบบ ผนังแรงเชือด สำหรับในการปกป้อง ชีวิต แล้วก็ เงินในออกแบบอาคาร จึงเหมาะสม ใช้อย่างยิ่ง สำหรับในการออกแบบ ออกแบบอาคาร


บทเรียน สำคัญ อีกประการ หนึ่ง จากแผ่นดินไหว เมืองนอกเป็น ออกแบบอาคารที่มีรูป แบบแล้วก็ระบบ โครงสร้างไม่ดี จะเสียหาย ได้มากกว่าออกแบบอาคาร ที่มีระบบ ส่วนประกอบ ถูกต้อง ตามหลักการ ออกแบบ ออกแบบอาคาร ต่อต้านแผ่นดินไหว ตัวอย่าง ระบบส่วนประกอบ ที่เสียหาย จาก แผ่นดินไหว ได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น ออกแบบอาคาร ที่มีลักษณะ ไม่บ่อยนัก (irregularity) ในแบบแปลน (ยกตัวอย่างเช่น รูปตัว L ตัว T ออกแบบอาคาร ที่มีส่วน ที่แข็ง อาทิเช่น ปล่องลิฟต์ วางเยื้องศูนย์ มาก เป็นต้น) ออกแบบอาคาร ที่มีเสาเล็ก เหลือเกิน หรือเสาชนิด เสาสั้น หรือ ออกแบบอาคาร ที่มี ความเคลื่อนไหว มากมายใน ราบตรง ยกตัวอย่างเช่น มีชั้นที่อ่อนมากเมื่อเทียบกับ ชั้นถัดไป เป็นต้น ออกแบบอาคาร ที่มีลักษณะ ไม่ดี ดังกล่าว เสียหาย ได้แม้ ในแผ่นดินไหว ไม่รุนแรง เท่าไรนัก ตามเคย เกิดขึ้น แล้ว ในแผ่นดินไหว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อ พุทธศักราช 2537 ซึ่งมี ขนาดเพียง 5.1 หน่วยริคเตอร์ รูปที่ 1 แสดง ตัวอย่าง ความทรุดโทรม ที่เกิดขึ้น

ยึดรั้งองค์ประกอบให้แข็งแรง



เสากับฐานราก
คานกับเสา
พื้นกับคาน
หลังคากับแป, แปกับจันทัน อื่นๆอีกมากมาย

กระเบื้องลอยละล่องหลุด เมื่อเกิดลมพายุแรง (ขอยึดไม่อยู่) แป / จันทัน ยึด ไม่ แข็งแรง พอเพียง อาจ เสียหาย จากพายุ

เมื่อ กำเนิดพายุ แรง หรือ แผ่นดินไหว ชิ้นส่วน ที่ ได้ ยึดรั้ง กันไว้ ให้ดี จะ สั่นไหว แยกตัว หลุด ออก จากกัน ได้ ต้อง ยึดรั้ง ส่วนประกอบ ต่างๆเข้า ร่วมกัน ให้มั่นคง

ชิ้นส่วนต่างๆจำต้องได้รับ การยึด (anchor) เข้าด้วยกัน ให้แข็งแรง ดังเช่นว่า ตอม่อกับเสา คานกับเสา พื้นกับคาน แปกับจันทัน ฝาผนังกระจกกับ โครงที่รองรับ เป็นต้นโดยจำเป็นต้องให้ ข้อต่อแข็งแรง สามารถ ถ่ายแรง จากชิ้นส่วนหนึ่ง ไปยัง อีกส่วนใดส่วนหนึ่งของส่วนประกอบ ได้ ดังนี้ เพื่อ ไม่ให้ชิ้นส่วน แยกหลุดจากกัน จากการสั่นไหว ออกแบบอาคารไม้ หรือ เหล็กควรมี การยึดโยง (bracing) ด้วยส่วนประกอบ ทแยง ไม่ให้โย้มากมาย เวลาสั่นไหว

เสาแข็งแรง



เสาโตพอเพียง
เสริมเหล็กปลอกให้พอแล้วก็ตามมาตรฐาน
เสา เล็กเกินไป ที่ หักพัง ใน ลมพายุเกย์


เสา เป็นสาระสำคัญ ของออกแบบอาคาร ด้วยเหตุว่า แบกรับ น้ำหนัก พื้น ส่ง ต่อไป โครงสร้างรองรับ ก่อนหน้านี้ เมื่อ เกิดลมพายุ หรือ แผ่นดินไหว มัก จะกำเนิด ความย่ำแย่เพราะว่า เสา มีขนาด เล็ก เหลือเกิน รวมทั้ง ถ้าเกิด เสา หักแล้ว ออกแบบอาคาร ก็พังหมดเสา คอนกรีต เสริมเหล็ก จะต้อง มี เหล็กปลอก รัด ให้เพียงพอ ก็เลย จะทน การสั่นไหว ได้

ยึดโยงออกแบบอาคารกันโย้

ส่วนประกอบยึดโยงเฉียงหรือผนังแน่นหนา

การโย้ ของออกแบบอาคารไม้ ที่ ไม่มี การยึด โยงเฉียง


การยึดโยงเฉียงกันโย้

ออกแบบอาคารไม้ ที่ ไม่มี การยึดโยง เมื่อ ถูกพายุ หรือ แผ่นดินไหวรุนแรง จะ พังทลาย ได้ง่าย ซึ่ง พบ ค่อนข้างจะบ่อย ควรจะยึด ด้วย ชิ้นส่วน ทแยง หรือ ผนัง ที่ แน่นหนา

ข้อต่อแข็งแรง

ข้อต่อ ระหว่าง ส่วนประกอบ มัก เสียหาย ง่าย เมื่อ กำเนิด พายุ หรือ แผ่นดินไหว รุนแรง


ข้อต่อ เสาไม้ / เสาปูน รูปแบบนี้ จะทน พายุ หรือ แผ่นดินไหวรุนแรง ไม่ได้



ออกแบบ / ก่อสร้าง / ควบคุมงานได้มาตรฐาน



สำหรับออกแบบอาคารควบคุมต้องมีวิศวกรทำงาน
การก่อสร้าง จะต้องดำเนินการ ตามหลักวิชาการ ที่ถูกต้อง และก็ ได้คุณภาพ ดังเช่น การผสมคอนกรีต จะต้องใช้สิ่งของ ที่สะอาด เข้มแข็ง ไม่ใช้น้ำผสมมากมาย ซึ่งจะทำให้ กำลังคอนกรีตเสีย ไม่ใช้น้ำกร่อย ผสมปูน ฯลฯ ถ้าหากใช้โครงสร้างเหล็ก จำเป็นต้องใช้ช่างเชื่อม ที่มีคุณภาพ ผ่านการทดสอบ ไม่อย่างนั้นแล้ว จะได้รอยต่อ ชิ้นส่วน ที่ไม่แข็งแรง แล้วก็/ หรือเปล่ามีความเหนียว ในขณะที่ออกแบบอาคาร โยกไปมา จากแผ่นดินไหว ข้อต่อ อาจย่อยยับได้ แม้ จะเป็น องค์ประกอบเสริมเหล็ก ก็ตาม

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://999starthai.com/th/design/

Tags : ออกแบบอาคาร

4
อะนิเมะ (「アニメ」 anime) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation) ซึ่งมาจาก ภาษาประเทศฝรั่งเศส อานีเม่ (animé) และก็จากภาษาละติน แสดงว่าขยับเขยื้อน หรือภาพเคลื่อนไหว แต่ความหมายเปลี่ยนจนเป็นคำเฉพาะของภาษาประเทศญี่ปุ่นมีความหมายว่า ภาพยนตร์การ์ตูน ภายนอกญี่ปุ่น อะนิเมะคือภาพยนตร์การ์ตูนชนชาติประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนมากมีลักษณะทางศิลปะไม่เหมือนกันกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่น อะนิเมะจำนวนมากจะวาดขึ้นด้วยมือ แต่ตอนนี้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างแพร่หลาย อะนิเมะส่วนมากทำขึ้นเพื่อให้ความรื่นเริงใจเหมือนภาพยนตร์ โดยมีแนวเรื่องนานัปการและก็ครอบคลุมแนววรรณกรรมดูเหมือนจะทุกแนว อะนิเมะจำนวนมากถูกสร้างขึ้นเป็นตอนๆเพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนหนึ่งถูกทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงหนัง แล้วก็อีกส่วนใดส่วนหนึ่งถูกผลิตเป็นตอนๆเพื่อในแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ ดูมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมาจากมังงะ ยิ่งกว่านั้นยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเป็นละครทีวีอีกด้วย
 
 เมื่อปี 1970 นักสร้างภาพยนตร์คนญี่ปุ่นเริ่มทดสอบการใช้วิธีการสร้างภาพยนตร์การ์ตูน ซึ่งได้แรงบรรดาลใจมาจาก ภาพยนตร์การ์ตูนใน สหรัฐอเมริกา รวมทั้ง ยุโรป แต่ปฏิเสธ เพื่อที่ประเทศญี่ปุ่นสามารถสร้างภาพยนตร์การ์ตูนของตนเอง สิ้นปี 1970 ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นได้ปรับปรุงลักษณะเฉพาะตัวขึ้นจนสามารถแบ่งออกจากภาพยนตร์การ์ตูนของสหรัฐอเมริกาได้อย่างแจ่มแจ้ง ในทศวรรษที่ 1980 อะนิเมะเป็นที่นิยมกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ธุรกิจการสร้างอะนิเมะเจริญวัยอย่างเร็ว แล้วก็ในทศวรรษที่ 1990 แล้วก็ 2000 ชื่อเสียงของอะนิเมะได้แพร่ไปยังนอกประเทศญี่ปุ่น พร้อมๆกับการขยายตัวของตลาดอะนิเมะนอกประเทศสำหรับติดอกติดใจ
 
 "อะนิเมะ" (アニメ) เป็นคำย่อของ アニメーション ซึ่งเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ (พินิจได้ว่าเขียนเป็นค่ะตะค่ะนะ) "แอนิเมชัน" (animation) ซึ่งหมายความถึงภาพยนตร์การ์ตูน คำทั้งสองคำนี้สามารถใช้แทนกันได้ในภาษาประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีรูปย่อเป็นที่ชื่นชอบใช้มากกว่า คำว่า "อะนิเมะ" มีขอบเขตกว้างครอบคลุมภาพยนตร์การ์ตูนทั้งปวง ไม่จำกัดอยู่ที่แนวหรือลักษณะของภาพยนตร์การ์ตูนใดๆ
 
 "เจแปนิเมชัน" (Japanimation) ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการผสมคำว่า "เจแปน" (Japan) กับ "แอนิเมชัน" เป็นคำอีกคำที่มีความหมายราวกับ "อะนิเมะ" คำนี้นิยมใช้กันมากมายในทศวรรษที่ 1970 และก็ 1980 แม้กระนั้นมีสาวใช้ลดลงตั้งแต่ปี 1990 รวมทั้งหมดความนิยมลงก่อนกึ่งกลางทศวรรษที่ 1990 ในขณะนี้คำนี้ถูกใช้อยู่เพียงแค่ในประเทศประเทศญี่ปุ่นเพื่อแบ่งระหว่างภาพยนตร์การ์ตูนปกติ (ซึ่งคนประเทศญี่ปุ่นเรียกรวมๆว่า "อะนิเมะ") และภาพยนตร์การ์ตูนที่ผลิตภายในประเทศ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เว็บดูอนิเมะ

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://anime.oppasociety.com/

Tags : อนิเมะออนไลน์,การ์ตูนอนิเมะ,อนิเมะ

5
อะนิเมะ (「アニメ」 anime) เป็นคำภาษาประเทศญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation) ซึ่งมาจาก ภาษาฝรั่งเศส อานีเม่ (animé) และจากภาษาละติน มีความหมายว่าเคลื่อน หรือภาพเคลื่อนไหว แม้กระนั้นความหมายเปลี่ยนกระทั่งเป็นคำเฉพาะของภาษาประเทศญี่ปุ่นหมายความว่า ภาพยนตร์การ์ตูน ข้างนอกญี่ปุ่น อะนิเมะซึ่งก็คือภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งโดยมากมีลักษณะทางศิลป์ไม่เหมือนกันกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่น อะนิเมะจำนวนมากจะวาดขึ้นด้วยมือ แต่ว่าปัจจุบันนี้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอะนิเมะอย่างมากมาย อะนิเมะจำนวนมากผลิตขึ้นเพื่อความบันเทิงเหมือนภาพยนตร์ โดยมีแนวเรื่องนานัปการและก็ครอบคลุมแนววรรณกรรมดูเหมือนจะทุกแนว อะนิเมะส่วนใหญ่ถูกทำขึ้นเป็นตอนๆเพื่อฉายทางโทรทัศน์ ส่วนใดส่วนหนึ่งถูกทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ และอีกส่วนหนึ่งถูกผลิตเป็นตอนๆเพื่อMLMในแบบอย่างดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ ดูมีการทำตอนเฉพาะที่เรียกว่า โอวีเอ อะนิเมะหลายเรื่องถูกดัดแปลงมาจากมังงะ นอกเหนือจากนั้นยังมีอะนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเป็นละครทีวีอีกด้วย
 
 เมื่อปี 1970 นักสร้างภาพยนตร์คนญี่ปุ่นเริ่มตรวจสอบและลองใช้แนวทางการสร้างภาพยนตร์การ์ตูน ซึ่งได้แรงบรรดาลใจมาจาก ภาพยนตร์การ์ตูนใน สหรัฐฯ และ ยุโรป แต่ไม่รับ เพื่อที่ญี่ปุ่นสามารถสร้างภาพยนตร์การ์ตูนของตนเอง สิ้นปี 1970 ภาพยนตร์การ์ตูนประเทศญี่ปุ่นได้ปรับปรุงคุณสมบัติเฉพาะตัวขึ้นกระทั่งสามารถแบ่งแยกออกมาจากภาพยนตร์การ์ตูนของประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างเห็นได้ชัด ในทศวรรษที่ 1980 อะนิเมะได้รับความนิยมกว้างขวางในญี่ปุ่น ทำให้ธุรกิจการสร้างอะนิเมะเติบโตอย่างรวดเร็ว แล้วก็ในทศวรรษที่ 1990 แล้วก็ 2000 ชื่อเสียงของอะนิเมะได้แพร่ขยายไปยังนอกญี่ปุ่น พร้อมๆกับการขยายตัวของตลาดอะนิเมะนอกประเทศสำหรับผู้ที่รู้สึกชื่นชอบ
 
 "อะนิเมะ" (アニメ) เป็นคำย่อของ アニメーション ซึ่งเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ (พินิจได้ว่าเขียนเป็นคะตะค่ะนะ) "แอนิเมชัน" (animation) ซึ่งหมายความถึงภาพยนตร์การ์ตูน คำทั้งคู่คำนี้สามารถใช้แทนกันได้ในภาษาประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามรูปย่อเป็นที่ชื่นชอบใช้มากกว่า คำว่า "อะนิเมะ" มีขอบเขตกว้างครอบคลุมภาพยนตร์การ์ตูนทั้งหมด ไม่จำกัดอยู่ที่แนวหรือลักษณะของภาพยนตร์การ์ตูนใดๆก็ตาม
 
 "เจแปนิเมชัน" (Japanimation) ซึ่งเกิดขึ้นจากการผสมคำว่า "เจแปน" (Japan) กับ "แอนิเมชัน" เป็นคำอีกคำที่สื่อความหมายเสมือน "อะนิเมะ" คำนี้นิยมใช้กันมากในทศวรรษที่ 1970 และก็ 1980 แต่ว่ามีสาวใช้น้อยลงตั้งแต่ปี 1990 และหมดความนิยมลงก่อนกลางทศวรรษที่ 1990 ในตอนนี้คำนี้ถูกใช้อยู่เพียงแค่ในประเทศประเทศญี่ปุ่นเพื่อแยกระหว่างภาพยนตร์การ์ตูนธรรมดา (ซึ่งคนประเทศญี่ปุ่นเรียกรวมๆว่า "อะนิเมะ") แล้วก็ภาพยนตร์การ์ตูนที่ผลิตภายในประเทศ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เว็บดูอนิเมะ

ที่มา : http://anime.oppasociety.com/category/anime-update/

Tags : เว็บดูอนิเมะ

6
ชีวิตของนักแสดง ไม่ว่าเป็นเรื่องรัก หรือ เรื่องงาน มักแสดงถึงความจริงจัง มั่นคง และก็ เอาจริงเอาจัง
 ตอนสองสามปีนี้ ละคร series ประเทศเกาหลี ดังมากมายในประเทศไทย คนติดกันมากมาย ในตอนนี้ก็ยังไม่มีท่าทีจะตกลง แทรกทั้งละครจีน ญี่ปุ่น และละครไทยตกขอบไปเลย
 
 ที่พยา-ธิ ไม่รู้เรื่องจะมีกี่คนที่ถูกใจหนังประเทศเกาหลี แม้กระนั้นที่ชั้น 4 นี่ อย่างน้อยก็มี 1 คนหละ เป็นแช้มป์ดูละครเกาหลี พลอยทำให้คนชั้น 4 หลายๆคน ได้ทราบเรื่องหนังประเทศเกาหลีไปด้วย รวมทั้ง บางเวลาก็ได้รับการเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่จากคุณให้ยืมดู DVD
 
 ตัวเองก็ถูกใจมานานแล้วเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้มองมากเท่าไรนัก ดูเฉพาะที่ฉายทางทีวีช่อง 7 วันเสาร์อาทิตย์ ขณะนี้ ก็ได้รับการเอื้อเฝื้อ DVD จากคุณผู้นี้บ้าง ทำให้ได้มองมากเพิ่มขึ้น
 
 พวกเราสองคนคุยกันเรื่องละครประเทศเกาหลีบ่อยมาก (ส่วนใหญ่ตัวเองจะเป็นผู้ฟังเธอเล่า) บางครั้งบางคราวก็คุยกับคนอื่นด้วยในห้องอาหารมื้อเที่ยงของพวกเรา การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ คิดว่าทำให้อาหารมื้อเที่ยงอร่อยขึ้นเชียวหละ
 
 เราทั้งสองคนเห็นตรงกันว่า เพราะอะไร พวกเราจึงมีความรู้สึกว่า ละครเกาหลี เขาทำเป็นดี และก็ชวนดู เนื่องจากว่าหลายๆปัจจัยกลุ่มนี้ค่ะ
 
 เป็นละครที่มีการผูกเรื่อง เป็นชีวิตคนจริงๆคือผูกกับครอบครัว ความรัก เพื่อนฝูง แฟน รวมทั้งที่สำคัญการทำมาหารับประทาน หรืออาชีพนั่นเอง
 ชีวิตหลักการทำงานของผู้แสดงในหนังประเทศเกาหลีนี่ ไม่ได้เพียงแค่พูดว่า ผู้แสดงนำชาย นางเอก อาชีพอะไร แล้วเรื่องราวก็มิได้เกี่ยวอะไรกับอาชีพนั้นอีกเลย หนังประเทศเกาหลี หลายเรื่อง เขาเจาะลึกในอาชีพอย่างจริงจัง หรือดำเนินชีวิตการงานเกิดเรื่องหลักในการดำเนินเรื่องทีเดียว เช่นที่พวกเราได้มองเห็นใน แดจังกึม หรือ กฏหมายรักฉบับฮาวาร์ด
 เขามักแทรกแง่คิดดีๆสำหรับการใช้ชีวิต ในบทสนทนา แทรกแบบเนียนในเนื้อเรื่อง ไม่เวอร์จนกระทั่งดูตั้งใจเกินความจำเป็น
 ชีวิตของนักแสดง ไม่ว่าเป็นเรื่องรัก หรือ เรื่องงาน มักแสดงถึงความมุ่งมั่น มั่นคง และ จริงจัง
 บทรุนแรง ตบตีกันน้อยมาก ที่ถูกใจมากคือ บทหญิง-ชาย มีการให้เกียรติกันมากมาย ไม่มีการจับมือถือแขน กอด จูบ กันง่ายๆ จะมีก็ตอนรักกันมากๆแล้วเท่านั้น
 ละคร มีตัวเดินเรื่องไม่มาก แต่ว่ามีรายละเอียดให้ชวนติดตามตลอด แสดงถึงความสามารถในการเขียนบท
 เพลงประกอบ และ ดนตรีประกอบ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำเอาชาวไทยติดไปทั่วบ้านทั่วทั้งเมือง กระทั่งตอนนี้คงจะ 3-4 ปีแล้วที่ series เกาหลีมาดังเมืองไทย ก็มีเพลงดังจากเรื่องต่างๆตลอด ไม่เคยรู้ข้อมูลแน่ชัด แต่ว่าเท่าที่ดู เขามีเพลง และ ดนตรีประกอบ คราวเข้ากับอารมณ์ของละครตลอดเรื่อง หลายเพลงด้วย น่าจะเป็นเพลงรวมทั้งดนตรีประกอบที่แต่งใหม่สำหรับละครแต่ละเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ใช่ไปจับมาจากอัลบั้มเพลงที่มีอยู่แล้ว (เสมือนประเทศไหนเอ่ย)
 การแต่งหน้า แต่งตัวของศิลปิน เขาทำเป็นดูเป็นธรรมชาติ หญิงก็ไม่ทาลิปสติก วาดตาจนมองเวอร์ และเสื้อผ้าก็มองเป็นระเบียบ มากมายชิ้น (บางทีอาจเพราะอากาศหนาว)
 และก็ที่เป็นสิ่งที่ได้เปรียบเป็นวิว งามมากๆ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ซีรี่ย์เกาหลี

เครดิต : http://www.oppasociety.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%8C/

Tags : ซีรีย์เกาหลี

7
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวฉันใด บ้านของท่านย่อมใช้เวลามากกว่าสองวันแน่นอนโดยเหตุนั้นกว่าจะมาเป็นบ้านแต่ละหลังจำต้องผ่านขั้นตอนหลายประเภทในขณะที่เกี่ยวกับลูกค้ารวมทั้งกลุ่มผู้ออกแบบ โดยเหตุนั้นเพื่อเป็นหลักสำหรับในการให้บริการของสถาปนิกสำหรับการปฎิบัตวิชาชีพ แล้วก็เพื่อแก้ปัญหาข้อโต้เถียงระหว่างเจ้าของงานและสถาปนิก สโมสรนักออกแบบไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ระบุกรรมวิธีการบริการขั้นพื้นฐานของนักออกแบบกับงานที่เกี่ยวข้องกับด้านเอกสารประกอบที่ลูกค้าควรจะได้รับตามมารตราฐานในแต่ละขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ลูกค้าหรือนายจ้างใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นก่อนตกลงทำงานหรือใช้เป็น checklist ตรวจทานงานที่ท่านจะได้รับระหว่างที่กำลังทำงานโดยสามารถแบ่งได้ 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้นะครับ

1. การวางโครงเรื่องการออกแบบรวมทั้งการออกแบบร่างขั้นต้น
เป็นขั้นแรกของดำเนินการดีไซน์ เพื่อหาผลสรุปลักษณะสถาปัตยกรรมพื้นฐานจากข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้ามาใช้กำหนดเป็นแถวคิดหลักในการวางแบบ (Design Concept)รวมทั้งปรับปรุงมาเป็นแบบร่างซึ่งชี้ให้เห็นรูปร่างขนาด ความสัมพันธ์ทางองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และก็สิ่งของโดยสังเขป ในกรรมวิธีการนี้สถาปนิกจะเล่าเรียนข้อมูลตามข้อมูลที่เจ้าของงานให้ และก็เนื้อหาเกี่ยวกับ บทบัญญัติทางกฎหมายที่เกี่ยวโยงกับโครงการและจัดวางเค้าโครงการออกแบบพร้อมทั้งออกแบบร่างขั้นต้เพื่อเสนอต่อเจ้าของ โดยเอกสารที่จะพรีเซ็นท์จะมี

- แบบร่างแผนผังรอบๆแสดงความเชื่อมโยงของออกแบบอาคาร หรือกรุ๊ปออกแบบอาคารกับรอบๆข้างเคียง
- แบบร่างตัวออกแบบอาคารมีแบบแปลนออกแบบอาคารคร่าวๆทุกชั้น รูปด้านแล้วก็รูปตัดออกแบบอาคารโดยสังเขป
- เอกสารจำเป็นต้องอื่น ประกอบการพินิจพิเคราะห์ประมาณราคาค่าก่อสร้างเบื้อต้นตามขั้นตอนนี้

2. การออกแบบร่างครั้งสุดท้าย
เป็นแนวทางการปรับปรุงงานวางแบบให้สอดคล้องกับความอยาก หรือข้อมูลที่เปลี่ยนระหว่างการเสนอแบบ เพื่อเสนอต่อลูกค้าหรือเจ้าของงานให้ตรงตามความจำเป็นมราที่สุดนะครับ นักออกแบบจะใช้ข้อมูลที่ได้ับอนุมัว่ากล่าวจากการออกแบบร่างช่วงต้นข้อที่ 1 เพื่อใช้สำหรับการวางแบบร่างหนสุดท้าย พรีเซ็นท์เจ้าภาพต่อไป เอกสารที่นักออกแบบเสนอให้ผู้ครอบครองเห็นชอบและก็ขอนุมัติตามขั้นตอนนี้มี
- แบบร่างผังรอบๆแสดงความเกี่ยวเนื่องของออกแบบอาคาร หรือกรุ๊ปของออกแบบอาคารใกล้กัน ตลอดจนความสำพันธ์ของระบบสาธารณูปโภคใกล้เคียงที่จำเป็นต้อง
- แบบร่างตัวออกแบบอาคารประกอบด้วยรายละเอียดของแปลนทุกชั้น รูปตั้ง รูปตัด แล้วก็แบบอื่นเท่าที่มีความจำเป็น
- แบบร่างแสดงระบบวิศวกรรมทุกสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับงาน
- เนื้อหาอุปกรณ์รวมทั้งเครื่องมือที่จะใช้สำหรับโครงการนี้โดยสังเขป
- เอกสารอื่นๆที่จำเป็นจะต้องเพื่อประกอบกิจการพิเคราะห์
- ประมาณราคาก่อสร้างตามขั้นตอนลำดับที่สองที่มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น


3. การพัฒนาแบบก่อสร้าง และก็เอกสารสำหรับขออนุญาติและก็ การก่อสร้าง
ภายหลังดีไซน์ร่างขั้นตอนสุดท้าย ได้รับอนุมัติจากผู้ครอบครองเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าภาพแล้วสถาปนิกจะทำเนื้อหาเพื่อเป็นเอกสารประกอบกิจการขออนุญาติก่อสร้าง โดยแบบดังที่กล่าวถึงมาแล้วจะไปตามตัวบทกฎหมาย ระเบียบปฎิบัติ หลักเกณฑ์เขตแดน และก็หน่วยงานณ์เขตแดนควบคุม พร้อมด้วยมีรายละเอียดก่อสร้าง รายการประกอบแบบ( Construction specification) และก็เอกสารเพิ่มเติมอย่างเพียงพอ เพื่อให้การก่อสร้างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบยิ่งไปกว่านี้แบบดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ยังคงใช้ประกอบเป็นเอกสารประกวดราคา แล้วก็การทำข้อตกลงว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างอีกด้วย เอกสารที่สถาปนิกจะมอบให้แก่ลูกค้าติดอยู่มขั้นตอนนี้ประกอบด้วย
- แบบสถาปัตยกรรม (สำหรับขออนุญาติก่อสร้าง) มี
- แบบแสดงผังรอบๆ และก็ระบบสาธารณูปโภคข้างนอกออกแบบอาคาร
- แบบแสดงแบบแปลนทุกชั้น
- แบบแสดงรูปด้านอีกทั้ง 4 ด้น
- แบบแสดงรูปตัดขั้นต่ำ 2 รูป
- แบบแสดงเนื้อหา รวมทั้งแบบขยาต่างๆที่จำเป็นจะต้อง
- แบบวิศวกรรมโครงสร้างรวมทั้งพร้อมเนื้อหา แล้วก็รายการคำนวณ(สำหรับขออนุญาติก่อสร้าง)
- แบบวิศวกรรมสาขาอื่นๆท่เกี่ยวหรือสาขาที่ตกลงกัน พร้อมเอกสรที่ต้อง
- รายการประกอบแบบก่อสร้างทุกงาน (งานสถาปัตย์และก็วิศวระบบต่างๆ) โดยละเอียด
- ประมาณการราคากึ่งกลางค่าก่อสร้างดยละเอียด

4.การประกวดราคาและการเลือกเฟ้นผู้รับเหมาก่อสร้าง
สถาปนิกจะร่วมมือสำหรับเพื่อการประกวดราคาดังนี้
- จัดทำคาดคะเนราคากึ่งกลางค่าก่อสร้าง (แม้กระทำตกลงไว้ล่วงหน้า)
- ทำเอกสารประกวดราคา (ถ้าเกิดทำตกลงไว้ล่วงหน้า)
- ให้คำแนะนำสำหรับในการตรวจสอบใบเสนอราคาของลูกจ้างก่อสร้าง
- ให้คำปรึกษาในการเลือกเฟ้นผู้รับเหมา
- จัดเรียมเอกสารสัญญา

5.การก่อสร้าง
สถาปนิกจะร่วมมือสำหรับในการก่อสร้างเพื่อการก่อสร้างดำเนินไปตามความต้องการสำหรับการดีไซน์ และตามเอกสารสัญญาดังต่อไปนี้
- วิเคราะห์การปฎิบัติงานของผู้รับจ้างก่อสร้าง ณ สถานที่ก่อสร้างเป็นบางโอกาส และรายงานให้ลูกค้าทราบ ในแขนณ๊ที่ต้อง
- ให้คำปรึกษาแก่ผู้รบว่าจ้างก่อสร้าง เพื่องานก่อสร้างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
- ให้คำแนะนำ รวมทั้งชี้แนะแก่ผู้ควบคุมงานของลูกค้า เพื่องานก่อสร้างดำเนินไปตามความประสงค์สำหรับในการดีไซน์แล้วก็เอกสารสัญญา
- ให้ข้อมูลอื่นๆตามสิ่งที่ต้องการ
- ตรวจรวมทั้งอนุมัติแบบใช้งานและวัสดุอุปกรณ์ ตัวอย่างที่ผู้รับจ้างก่อสร้างเสนอ

6.การส่งมอบเอกสาร
คนเขียนแบบจะส่งเอกสารตามข้อ 3 โดยมอบเป็นพิมพ์เขียวจำนวน 10 ชุด และเอกสารรายการประกอบแบบปริมาณ 10 ชุด ให้ลูกค้าประกอบกิจการใช้งาน อาทิเช่น ขออนุญาติ ประมูลราคาก่อสร้าง แต่ในกรณีที่เจ้าของงานอยากได้เอกสารมากว่าที่ระบุ สถาปนิกจะเบิกค่าใช้สอยสำหรับในการทำเอกสารเพิ่มอีกจากลูกค้าครับ

7. งานที่ไม่ครอบคลุมค่าสำหรับบริการ
นอกเหนือจากงานแบบดังที่ได้กล่าวมาแล้วแล้ว ยังมีงานคราวเกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมและการก่อสร้างอื่นๆซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตที่จำกัดการให้บริการของคนเขียนแบบ แต่หากลูกค้าต้องการสถาปนิกจะช่วยจัดแจงให้โดยคิดค่าครองชีพตามจริง หรือเป็นราคาที่ตกลงกันเองระหว่างลูกค้าและลูกจ้างดำเนินงานนั้น เช่น
- การขออนุญาติก่อสร้างต่อทางการ สถาปนิกจะจัดแจงเอกสารให้ลูกค้าและบริการยื่นให้ลูกค้า แต่ค่าธรรมเนียมแล้วก็ค่าใช้สอยอื่นๆเป็ความรับผิดชอบของลูกค้า
- แนวทางการทำหุ่นจำลองขนาดใหญ่โดยละเอียด
- การออกแบบตกแต่งภายใน
- การควบคุมงานก่อสร้าง
- การบริหารงานก่อสร้าง
- การรังวัตรวจสอบที่ดิน หรือหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวเนื่องกับที่ดินหรือเงินอื่นๆในที่ดินนั้น
- การเจาะตรวจสอบคุณภาพดินสำหรับการรับน้ำหนัก (soil Test)

หนทางเหล่านี้ท่านสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบสัญญาหรือข้อตกลงว่าจ้างสถาปนิกได้ทุกระดับออกแบบอาคาร เพื่อท่านแน่ใจว่าท่านจะได้รับงานและบริการจากนักออกแบบอย่างไรบ้าง และก็เพื่อความไม่กังวลใจระหว่างการทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่ายครับ

ขอบคุณบทความจาก : http://999starthai.com/th/home-2/

Tags : ออกแบบอาคาร

8
ละครทีวีประเทศเกาหลี หรือที่นิยมเรียกว่า ซีรีส์เกาหลี คือละครโทรทัศน์ในแบบอย่างหนผลิตเป็นภาษาประเทศเกาหลี มีหลายเรื่องของละครโทรทัศน์ประเทศเกาหลีที่แปลงเป็นที่นิยมไปทั่วเอเชียรวมทั้งกำเนิดเป็นการเกิดของกระแสเกาหลีหรือที่เรียกว่า "ฮัลลยู" (??) นอกเหนือจากการที่จะได้รับความนิยมไม่ใช่แค่ที่เกาหลีหรือเฉพาะเอเชียแค่นั้น แต่ว่ายังเป็นที่นิยมในส่วนอื่นๆของโลกได้แก่ละตินอเมริกา, ตะวันออกกลาง และที่อื่นๆในความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน ละครที่ออกอากาศทางทีวีประเทศเกาหลีที่เนื้อหานี้อ้างถึงหมายความว่าเฉพาะละครทีวีเกาหลีที่สร้างขึ้นจากประเทศเกาหลีใต้เพียงแค่นั้น
 
 ในประเทศไทย ละครโทรทัศน์ประเทศเกาหลีเป็นที่นิยมมากับกระแสประเทศเกาหลี โดยในบางสถานีโทรทัศน์ได้นำละครโทรทัศน์ประเทศเกาหลีเข้ามาฉาย รวมทั้งได้รับความนิยมในบางส่วน โดยช่องแรกที่ได้ฉายหมายถึงช่อง 5 จากเรื่อง Wish Upon a star (หรือ Star in My Heart; ลิขิตแห่งดวงดาว) ในปี ค.ศ. 2000 ต่อมาในปี ค.ศ. 2003 ไอทีวีได้ฉายละครโทรทัศน์เกาหลีสูงถึง 14 เรื่อง จนกระทั่งในต.ค. ปี คริสต์ศักราช 2005 ช่อง 3 ได้ฉายเรื่อง Jewel in the Palace (แดจังกึม จอมนางที่วังหลวง) ละครโทรทัศน์ประเทศเกาหลีในแนวย้อนยุค ในช่วงไพร์มไทม์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ปรากฏว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนแปลงเป็นการปรากฏหนึ่งในสังคมไทย ทำให้ละครที่ออกอากาศทางทีวีประเทศเกาหลีได้รับความนิยมขึ้นมา ทำให้มีการนำเข้ามาฉายในหัวข้อต่างๆในมากมายหลากหลายวิธีสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ช่องต่างๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก็ทำให้ผู้แสดงประเทศเกาหลีคนจำนวนไม่น้อยมีชื่อโด่งดังเป็นที่ชื่นชอบขึ้นมา เช่น อี ยองแอ, อิม ยุยงนอา, จาง กึนซอก, ฮัน กาอิน , จอน จีฮยอน, ฮัม อึนจอง, ซง จุงกิ เป็นต้น
 
 เอกลักษณ์ของละครทีวีประเทศเกาหลีเมื่อเทียบกับละครโทรทัศน์ไทยแล้ว ได้รับการยินยอมรับว่า มีการผลิตที่ใส่ใจในเนื้อหามากกว่า แม้ว่าจะเป็นจุดนิดๆหน่อยๆเพื่อไม่ให้มีข้อบกพร่อง และบทละครก็ไม่ดูหลุดเกินไปจากเรื่องจริงในชีวิต หรือตัวละครไม่แสดงออกทางอารมณ์กระทั่งเกินเลยเรื่องจริง ทั้งเนื้อเรื่องแม้ผูกได้หลายชั้นแต่ไม่ซับซ้อน แม้กระนั้นข้อตำหนิก็คือ พล็อตเรื่องมักจะซ้ำกัน อาทิเช่น นางเอกมักเป็นคนที่มีร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วย เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ทำให้น่าเวทนา และก็วนเวียนอยู่กับปัญหาในครอบครัว ซึ่งจุดนี้ทำให้ผู้ชมบางประเทศเกิดความเหนื่อยหน่าย
 
 มีการวิเคราะห์กันว่า มี 7 สิ่งที่มักปรากฏอยู่ในละครทีวีประเทศเกาหลี ซึ่งทั้งหมดเพื่อการช่วยสนับสนุนความเป็นเกาหลี คือ
 
 1. โซจู (??) เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประจำชาติของประเทศเกาหลี เปรียบเทียบได้กับเหล้าสาเกของญี่ปุ่น นักแสดงชอบดื่มกินเป็นประจำในร้านข้างถนนทั้งยังชายและหญิง โดยไม่มีการเซนเซอร์ภาพขวดหรือแก้วแต่อย่างใด
 
 2. อาหารประเทศเกาหลี
 
 3. การขัดฟัน
 
 4. การติดต่อ หรือการเดินทางด้วยยานพาหนะต่างๆของตัวละคร
 
 5. การท่องเที่ยว หรือสถานที่เที่ยวต่างๆในประเทศ
 
 6. ผู้แสดงแม้จะใช้สมาร์ทโฟนทันสมัยอย่างไร แต่ว่าจะไม่มีไอโฟน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล
 
 7. ผู้แสดงทุกตัวจะมีอาชีพการงานที่เด่นชัด และก็มีความเป็นมืออาชีพ14
 
 จนกระทั่งในต้นปี คริสต์ศักราช 2014 กระแสของละครโทรทัศน์ประเทศเกาหลีในไทยเริ่มซบเซาลง พร้อมๆกับกระแสเกาหลีในวัฒนธรรมร่วมยุคอย่างอื่นด้วย แต่ว่าก็ยังมีการฉายอยู่ และเป็นที่นิยมในบางเรื่อง ดังเช่นว่า Descendants of the Sun (ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ) ในปี คริสต์ศักราช 2016 ที่เกิดเป็นกระแสในหลายประเทศที่เข้าฉาย รวมทั้งประเทศไทยด้วยที่เป็นรู้จักอย่างมากมายเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกฯได้กล่าวถึงแล้วก็ชี้แนะให้รับดูเพราะมีรายละเอียดที่เกี่ยวกับความรักชาติ แล้วก็ถัดมาในกลางเดือนพ.ย. ปีเดียวกัน มีการปิดตัวลงของเว็บไซต์บางเว็บที่เผยแพร่ละครที่ออกอากาศทางทีวีประเทศเกาหลีในแบบออนไลน์ แต่ว่าผิดกฎหมาย เพราะสถานีโทรทัศน์ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศเกาหลีใต้ โดยเฉพาะเอสบีเอสและเอ็มบีซีจริงจังหัวข้อการละเมิดลิขสิทธิ์มากยิ่งขึ้น
 
 ในต.ค. คริสต์ศักราช 2015 สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น ได้ประกาศยุติการออกอากาศละครโทรทัศน์ประเทศเกาหลี โดยให้เหตุผลว่าพักหลังละครที่ออกอากาศทางทีวีประเทศเกาหลีไม่ได้รับความนิยมเหมือนเก่า โดยมีเรื่องมีราว Empress Ki (กีซึงนัง จอมนางสองแผ่นดิน) ถ่ายทอดเกิดเรื่องสุดท้าย แต่ความนิยมชมชอบในจีนกลับไม่ลดน้อยลง และก็ในตอนกลางปี คริสต์ศักราช 2014 กลับมีค่าลิขสิทธิ์ที่แพงขึ้น โดยเรื่อง Fated to Love You ของสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์เอ็มบีซี ซึ่งถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่แบบออนไลน์ในจีน มีมูลค่าถึง 120 ล้านวอน หรือราว 3,800,000 บาท ต่อตอน มากกว่าค่าลิขสิทธิ์เรื่อง My Love from the Star (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว) ที่มีมูลค่าถึง 1,200,000 บาท ต่อตอนเสียอีก
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ซีรี่ย์เกาหลี

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.oppasociety.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%8C/

Tags : ซีรี่ย์เกาหลี,ดูซีรี่ย์เกาหลี

9
จากเรื่องราวแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริคเตอร์ที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 13 ม.ค. 2553 ส่งผลให้เกิดเรื่องเศร้าครั้งใหญ่ในกรุงปอร์โต แปรงซ์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐเฮว่ากล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวเพียงแค่ 15 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวครั้งนี้มีต้นเหตุที่เกิดจากการเลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกในลักษณะการเลื่อนตัวข้างๆระหว่างแผ่นหินแคริบเบียนรวมทั้งแผ่นหินอเมริกาเหนือ ซึ่งมีอัตราการขับเคลื่อนในเกณฑ์สูง ทำให้มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้เหมือนกันกับบริเวณรอยเลื่อนเกะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

เมื่อย้อนกลับมาดูประเทศไทยพวกเรา รอยเลื่อนสำคัญที่เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดกลาง 5-6 ริคเตอร์มาแล้วเป็นรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์รอบๆจังหวัดกาญจนบุรี และก็รอยเลื่อนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ ทำให้อาคารมีการสั่นไหวรวมทั้งองค์ประกอบตึกหลายหลังกำเนิดรอยแตกร้าว

ความทรุดโทรมของตึกกลุ่มนี้ เพราะในสมัยก่อนที่ผ่านมา กฎหมายตึกมิได้บังคับให้มีการดีไซน์ขัดขวางแผ่นดินไหว ทุกวันนี้มีข้อบังคับอาคารประกาศเป็นกฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2550 ที่บังคับให้ตึกต้องวางแบบให้ต่อต้านแผ่นดินไหวได้ โดยแบ่งได้เป็น 3 รอบๆ เช่น 1. พื้นที่ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานครและก็ละแวกใกล้เคียง รวม 5 จังหวัด 2. พื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด รวมทั้งภาคตะวันตก รวมทั้ง 3. พื้นที่ในภาคใต้ 7 จังหวัด

อันดับแรกของการออกแบบอาคารให้ขัดขวางแผ่นดินไหวได้ วิศวกรผู้ออกแบบต้องพินิจพิเคราะห์รูปแบบของอาคารก่อน โดยการจัดให้อาคารมีลักษณะที่มีคุณภาพสำหรับเพื่อการต้านแผ่นดินไหวที่ดี ดังนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ส่วนประกอบอาคารมีการวิบัติในรูปแบบต่างๆ

ผังอาคารที่มีการวางส่วนประกอบที่ดี ควรจะวางตำแหน่งเสาให้มีความสมมาตรในแกนหลักทั้งยังตามทางยาวและก็ตามทางขวางของตึก ถ้าเป็นอาคารสูง ต้องมีกำแพงรับแรงเชือด (Shear wall) จำนวนมาก วางในตำแหน่งที่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอตลอดแผนผังอาคาร โดยไม่กลุ่มตัวอยู่ในรอบๆเดียว ทิศทางการวางแนวฝาผนัง ควรหันด้านยาวของฝาผนังให้สามารถรับแรงข้างๆจากแผ่นดินไหวได้ทั้งสองแนวทางทั้งยังตามแนวยาวและตามทางขวางของอาคาร ดังตัว อย่างอาคารที่มีการจัดวางตำหน่งเสาและกำแพงรับแรงเชือดที่ดี

ปัญหาที่มักจะเจอในรูปแบบตึกทั่วๆไปคือ ระดับความสูงของเสาในด้านล่างของตึกจะมีความสูงมากยิ่งกว่าเสาในชั้นสองขึ้นไป เพราะความอยากได้ให้ชั้น ข้างล่างเป็นห้องโถงอเนกประสงค์ หรือเป็นหลักที่จอดรถแล้วก็มีการวางปริมาณเสาน้อยกว่าในชั้นสูงขึ้นไป เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอย กว้างใหญ่
ตึกลักษณะนี้ จะได้โอกาสที่จะมีการฉิบหายแบบชั้นอ่อนได้เนื่องมาจากเสาตึกในด้านล่างมีความอ่อนตัวต่อการโยกไหวทางข้างๆได้มากกว่าในชั้นสูงขึ้นไป ประกอบกับแรงแผ่นดินไหวที่ทำต่อเสาชั้นล่างจะมีค่าสูงมาก

การจัดการกับปัญหาลักษณะอาคารอย่างงี้ อาจทำได้หลายแนวทาง หากเป็นการออกแบบอาคารใหม่ อาจเลือกดังต่อไปนี้

1. ควรจะมีการจัดให้ความสูงของเสาด้านล่างไม่มีความต่างจากชั้นสูงขึ้นไปเท่าไรนักการออกแบบที่ดี ควรจัดให้เสาด้านล่างไม่สูงชะลูดมากมายจนกระทั่งทำให้เสาด้านล่างมีค่าแรงต้านทานสำหรับการขับเคลื่อนข้างๆน้อยกว่าเสาชั้นสองเกิน 80%

2. จัดให้เสาด้านล่างมีจำนวนหลายชิ้นขึ้น

3. ขยายขนาดหน้าตัดเสาด้านล่างให้ใหญ่ขึ้น

4. เสริมค้ำกระทั่งถึงด้านข้างทางแนวทแยงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการต่อต้านการเคลื่อนตัวทางด้านข้าง ฯลฯ

ภายหลังที่รูปแบบของอาคารมีความเหมาะสม ขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบความแข็งแรงของโครงสร้าง อาคารที่ปฏิบัติภารกิจหลักสำหรับการต้านทานแรงข้างๆจากแผ่นดินไหวได้แก่ เสา นอกเหนือจากที่จะรับน้ำหนักบรรทุกปกติ ซึ่งเป็นน้ำหนักของตึกแล้วก็น้ำหนักบรรทุกจรตามการออกแบบทั่วๆไปแล้ว เสาควรจะมีกำลังรับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นในขณะกำเนิดแผ่นดินไหว สามารถต้านทานแรงเฉือนจากแรงแผ่นดินไหวที่ทำทางด้านข้างต่อเสาได้ และควรมีขนาดหน้าตัดใหญ่พอที่จะไม่เคลื่อนมากกระทั่งเกินหลักเกณฑ์ในกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้การเคลื่อนที่สัมพัทธ์ระหว่างชั้นไม่เกิน 0.5%

ดังนี้การเคลื่อนที่ของเสาที่มากเหลือเกิน จะมีผลให้ผนังอาคารมีการแตกร้าวได้ ด้วยเหตุดังกล่าว เมื่อเปรียบขนาดเสากับตึกทั่วไปแล้ว เสาตึกต้านแผ่นดินไหว จะมีขนาดใหญ่กว่า รวมทั้งมีจำนวนเหล็กเสริมตามแนวยาวของเสามากยิ่งกว่า เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแล้วก็การดัดตัวที่เยอะขึ้นเรื่อยๆรวมถึงต้านการเคลื่อนที่ทางข้างๆด้วยนอกเหนือจากนี้ จำนวนเหล็กปลอกในเสาต้องเพียงพอสำหรับการต้านแรงเชือดอีกด้วย

สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งคือ การจัดรายละเอียดการเสริมเหล็กให้โครงสร้างมีความเหนียวเพียงพอสำหรับในการต่อต้านแรง กระทำแบบไปกลับของแรงแผ่นดินไหว โดยการจัดจำนวนการเสริมเหล็กตามยาวและเหล็กปลอกที่โอบกอดรอบเหล็กเสริมตามยาวของเสาแล้วก็คานให้พอเพียง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบๆใกล้จุดต่อระหว่างเสาแล้วก็คาน เพราะเหตุว่ารอบๆนี้ เสาแล้วก็คานมีการดัดตัวในลักษณะไปกลับหลายรอบ เหล็กปลอกในบริเวณนี้จึงจำต้องจัดวางให้แน่นเป็นพิเศษ และก็การต่อเหล็กเสริมตามทางยาวจะต่อในบริเวณใกล้จุดต่อของเสาและก็คานไม่ได้ เนื่องจากว่าแรงแผ่นดินไหว จะก่อให้เหล็กเสริมกลุ่มนี้เลื่อนหลุดจากจุดต่อได้ง่าย การเสริมเหล็กให้เสาแล้วก็คานมีความเหนียวยังมีรายละเอียดอีกมาก จึงขอกล่าวแต่อย่างย่อเพียงเท่านี้ก่อน

ถึงแม้ว่าตึกที่ออกแบบตามกฎกระทรวงแผ่นดินไหว พุทธศักราช 2550 จะได้มีการพิจารณาถึงแรงแผ่นดินไหวในระดับที่ สูงพอเพียงแล้ว แต่ความรู้ความเข้าใจของตึกแต่ละข้างหลัง สำหรับในการขัดขวางแรงแผ่นดินไหวในเหตุ การณ์จริง ยังแตกต่างกันไปตามลักษณะ ชนิด รวมทั้งลักษณะของตึกต่างๆถ้าหากต้องการทราบว่า ตึกที่ดีไซน์ตามกฎกระทรวง พุทธศักราช 2550 แต่ละหลังมีความมั่นคงยั่งยืนไม่เป็นอันตรายเพียงใด จะต้องใช้กรรมวิธีการ วิเคราะห์ความประพฤติสำหรับการขัดขวางแรงแผ่นดินไหวของโครงสร้างให้ละเอียด.

เครดิตบทความจาก : http://999starthai.com/th/design/

Tags : ออกแบบอาคาร

หน้า: [1]